เคล็ดลับดูแลผิวสวยแบบประหยัด นี่แหล่ะสวยแบบสาวยุคใหม่

  1. เริ่มจากการอาบน้ำด้วยครมอาบน้ำที่มีส่วนผสมของกลีเซอรีน
    ซึ่ง จะช่วยล็อกความชุ่มชื้นเอาไว้บนผิว ถ้าปกติคุณใช้สบู่ก้อนในการอาบน้ำ ก็ให้หยุดวะในช่วงนี้ เนื้องจากสบู่ก้อนส่วนใหญ่มักจะมีส่วนผสมของสารทำความสะอาดที่ออกฤทธิ์แรง ซึ่งอาจสร้างความระคายเคืองให้ผิวที่แห้งอยู่ได้
  2. หาสครับสำหรับขัดผิวกายมาใช้
    นี่ อาจจะฟังดูเหมือนจะยิ่งทำให้ผิวแห้งเข้าไปใหญ่แต่จริงๆแล้ว การใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไป เผยให้เห็นผิวใหม่ที่ดูสดใสกว่า แถมยังช่วยให้ครีมทาตัวซึมซาบเข้าไปในผิวได้ดียิ่งขึ้นด้วย
  3. ถ้าคุณใช้ครีมทาตัวที่มีเนื้อเข้มข้นแล้ว
    ยัง ไม่ช่วยให้ผิวแห้งๆ ดูดีขึ้นได้ ก็มองหาครีมทาตัวขวดใหม่ที่ระบุบนขวดว่า “Ultra Rich”ซึ่งมักจะมีส่วนผสมที่ช่วยเสริมชั้นปกป้องให้ผิวได้ ซึ่งจะช่วยตรึงความชุ่มชื้นเอาไว้ในผิวได้นานกว่า จนคุณอาจไม่ต้องเติมโลชั่นลงบนผิวบ่อยๆ

Written on December 15th, 2011 , Uncategorized
ผิวสวย

ฮอร์โมนเพศกับการเป็นสิวและผิวพรรณ (woman plus)

นอกจากที่สาว ๆ จะรู้วิธีที่จะดูแลตัวเองให้สวยใสสุขภาพดีแล้ว รูปร่างหน้าตาของเราก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สาว ๆ ต้องใส่ใจและให้ความสนใจเป็นพิเศษ

เอาล่ะ เรามาเริ่มต้นเรียนรู้กันเลยดีกว่าว่า ทำไมผู้หญิงอย่างเรา ๆ ถึงได้มีอุปสรรคมากมาย ที่มาคอยทำลายความสวย สดใสของเราตลอดเวลา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สิวมี 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ สิวประเภทอักเสบ เช่น สิวหัวหนอง สิวหัวช้าง สิวหัวแดง เป็นต้น และสิวประเภทไม่อักเสบ เช่น สิวผด สิวเสี้ยน สิวหิน เป็นต้น ซึ่งที่มาของสิวทุกชนิดมีที่มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ ดังนี้

ปัจจัยจากภาวะภายในร่างกาย เช่น ฮอร์โมนเพศ พันธุกรรม รวมถึงโรคบางชนิด

ปัจจัยภายนอกร่างกาย เช่น ฝุ่นละออง สารเคมี มลพิษจากสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

อย่าง ไรก็ตาม ปัญหาเรื่องสิวที่เกิดจากฮอร์โมนเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนไม่สามารถที่จะรับ มือได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิวที่เกิดในช่วงก่อนมีประจำเดือน ซึ่งจะเป็นสิวอักเสบในช่วงบริเวณคางหรือใกล้เคียง วิธีการกำจัดสิวฮอร์โมนอย่างถาวรจะต้องทำโดยการปรับสภาวะฮอร์โมนจากภายใน ร่างกาย โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเภสัชกร เพราะการปรับสภาวะฮอร์โมนอาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ในบางกรณี ในกรณีการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งนอกจากป้องกันการตั้งครรภ์แล้ว ยังมีประโยชน์อื่น ๆ ด้วย เช่น ช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยลดการเกิดสิว ผิวหน้ามัน แต่การใช้ยาคุมกำเนิดจะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ ผู้ใช้ต้องรับประทานอย่างสม่ำเสมอ และต้องรู้จักวิธีรับประทานอย่างถูกต้องด้วย

Written on December 15th, 2011 , Uncategorized



วัยรุ่นเป็นวัยกำลังรักสวยรักงาม การแต่งแต้มเติมสีสันให้ใบหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่วยเสริมให้สดใสน่ารัก ลองมาดูกันว่าการแต่งหน้าสำหรับวัยทีนที่สามารถแต่งให้ดูน่ารักสมวัย หรือจะสวมบุคลิกเป็นผู้ใหญ่ให้เหมาะกับวาระโอกาสพิเศษ จะทำอย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ

แต่งตาด้วยประกายวิ้งวับ

การ แต่งตาด้วยประกายกลิตเตอร์วิ้งวับ มักจะสลับกันมากับการแต่งตาด้วยอายแชโดว์เนื้อแมทอยู่เสมอ แต่สำหรับวัยใสแบบนี้แล้ว เลือกอายแชโดว์แบบมีกลิตเตอร์วิ้ง ๆ จะทำให้สดใสน่ารักอย่างลงตัวเลยล่ะ

อายแชโดว์สีสดใส

นอก จากอายแชโดว์สีอ่อนแต่เน้นประกายกลิตเตอร์แล้ว อายแชโดว์แบบที่มีเม็ดสีแน่น ๆ ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าลอง สำหรับวันที่อยากแต่งหน้าให้สดใสไปด้วยสีสัน ลองอายแชโดว์สีจัด ๆ อย่างน้ำเงิน เหลือง แดง เขียว ดูเปรี้ยวไม่เบา ..อ้อ แต่อย่าลืมเลือกให้เหมาะกับโอกาสด้วยนะจ๊ะ

สโมกกี้อาย

ลุ คนี้ทำให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกนิด สามารถดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี การแต่งสโมกกี้อายจึงเหมาะสำหรับการออกงานอย่าง งานเลี้ยงก่อนจบการศึกษา งานเลี้ยงรวมรุ่น ฯลฯ

อายแชโดว์สีทึบ

นอก จากจะมีอายแชโดว์แบบมีประกาย และแบบสีสันสดใสแล้ว ลองอายแชโดว์สีทึบ ๆ ที่ดูขรึมขึ้น แต่ก็ยังเล่นสีสันได้แบบไม่ฉูดฉาดอีกด้วย และนอกจากจะแต่งแต้มเปลือกตาด้วยสีสันแล้ว อย่าลืมลากเส้นเติมสีให้กับขอบตาล่างด้วย จะใช้ดินสอเขียนขอบตา หรือจะใช้อายแชโดว์สีที่เข้ากันกับสีที่เปลือกตา ลากเป็นเส้นไลน์เยอร์ที่ขอบตาล่างแทนก็ได้

จับคู่แก้มสีสดกับเรียวปากสีสวย

สำหรับวันที่ไม่อยากแต่งหน้ามากมายนัก แค่จับคู่บลัชออนสีสว่าง ให้หน้าดูไบรท์ แล้วเติมสีเรียวปากให้สดคู่กัน เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

แป้งแข็งรองพื้นชนิดเนื้อเชียร์

สำหรับ วันที่ต้องการความเนี้ยบสวยเป็นพิเศษ วางแป้งฝุ่นธรรมดา ๆ ทิ้งไปก่อน แล้วลองใช้แป้งรองพื้นแบบอัดแข็งแบบเนื้อเชียร์ ซึ่งให้ความรู้สึกบางเบา สบายผิวหน้า ในขณะเดียวกันก็ช่วยปกปิดจุดบกพร่องบนผิวหน้าได้ดีในระดับหนึ่ง ทำให้หน้าดูสว่างใส เนียนสวยเป็นธรรมชาติค่ะ

Read more: http://www.women.fanthai.com/21322.html#ixzz1gZsFPe6W

Written on December 15th, 2011 , Uncategorized

นอกจากการรักษาผิวแตกลาย คืนความสวยแห่งผิวด้วยมือแพทย์ แต่ถ้าใครหวั่น ๆ กลัวเจ็บ กลัวแพ้ ลองแก้ไขแบบค่อยเป็นค่อยไป ด้วยมือของคุณเอง…

          แม้การทาครีมบำรุงผิว จะไม่สามารถลบริ้วรอยจากผิวลายที่มีให้เห็นเหมือนร่องคลื่นได้อย่าตรงจุดภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แต่คุณผู้อ่านรู้หรือไม่ว่า การทาครีมบำรุงผิว ทั้งชนิดที่มีมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ หรือเป็นพวกโลชั่นทาผิวสำหรับเด็ก ไปจนถึงน้ำมันมะกอกเป็นประจำจะช่วยให้ผิวหนังยืดหยุ่นได้ดี ป้องกันการเกิดปัญหาผิวแตกลายได้ง่าย โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เมื่ออายุครรภ์ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 4 ต้องหมั่นทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำทุกวันหลังอาบน้ำ
          สำหรับครีมบำรุงผิวที่ใช้ ไม่จำเป็นต้องเลือกซื้อที่มีราคาสูง หรือเน้นสรรพคุณรักษาผิวลาย เพียงแค่เลือกผลิตภัณฑ์ที่ซึมซาบสู่ชั้นผิวเร็ว และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เป็นอันใช้ได้
          อย่างไรก็ตาม ปัญหาผิวลายนั้นจะลดลง หากผู้ที่เป็นมีน้ำหนักตัวลดลง หรือมารดาซึ่งคลอดบุตรไปแล้ว โดยการทาครีมบำรุงผิวตามคำแนะนำจะเป็นปัจจัยเสริมช่วยให้ริ้วรอยจางลง

Written on December 14th, 2011 , Uncategorized

โอ้ย…! แม่เจ็บนะลูก กัดนมแม่ทำไมคะ…ปกติเวลาลูกกินนมไม่เคยกัดแบบนี้นี่นา แล้ววันนี้ ทำไมๆๆๆ อ้อ…ใช่เลย จริงอย่างที่คิดไว้เลยค่ะ เห็นเหงือกบวม ๆ แดง ๆ อย่างนี้ เจ้าตัวเล็กกำลังจะมีฟันซี่น้อยโผล่ขึ้นมาแล้ว…ค่ะ

เจ็บ ๆ คัน ๆ ฟันซี่น้อยกำลังมา

          ปกติ ฟันซี่แรกของลูกรักจะโผล่มาช่วงอายุประมาณ 6 เดือนเศษคะ เมื่อฟันซี่แรกของลูกโผล่มาแล้ว คุณแม่ก็ต้องเพิ่มการดูแลเป็นพิเศษหน่อยนะคะ เพราะช่วงนี้เจ้าตัวเล็กจะงอแงมากกว่าปกติ จะรู้สึกหงุดหงิด รำคาญ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เจ็บเหงือก แก้มบวมตุ่ยเลยค่ะ น้ำลายไหลเยิ้ม และหนูน้อยบางคนอาจจะถึงขั้นไม่สบายมีไข้ต่ำ ๆ แต่ลูกจะเป็นอย่างนี้อยู่ประมาณ 2-3 สัปดาห์เท่านั้นค่ะ แล้วก็จะหายไปเองคุณแม่ไม่ต้องกังวลนะคะ

          ฟัน น้ำนมซี่แรกที่ขึ้นจะเป็นซี่หน้าล่างเห็นเป็นปุ่มขาว ๆ อยู่ตรงกลางสันเหงือกค่ะ ระยะนี้ลูกจึงรู้สึกอยากเคี้ยว หรือกัดของที่มีลักษณะค่อนข้างแข็ง ๆ หรือบางครั้งก็กัดนมแม่ซะเลย…เหมือนดิฉันตอนนี้ไงคะ…อาการแบบนี้เรา เรียกกันว่า “อาการคันเหงือก” ค่ะ

รับมืออาการเจ็บ ๆ คัน ๆ เหงือก

          1. การใช้เจลทาเหงือก เจลตัวนี้จะมีฤทธิ์เป็นยาชาชนิดอ่อนที่สุดค่ะ จะใช้ได้ในกรณีที่ลูกเจ็บมาก จนทานอาหารไม่ได้ คุณแม่อาจใช้เจลตัวนี้ทาเหงือกให้ลูกก่อนทานอาหารได้ค่ะ เพื่อลดอาการปวดจากการกระทบของอาหาร

          2. บิสกิตสำหรับเด็ก เวลา เด็กฟันขึ้นมักมีอาการเจ็บ ๆ คัน ๆ ตรงเหงือกมาด้วยเสมอ คุณแม่ลองซื้อบิสกิตมาไว้ให้ลูกอม ๆ กัด ๆ เคี้ยว ๆ เล่นก็ได้ค่ะ โดยเลือกชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้ลูกกัดได้ง่าย และที่สำคัญคุณแม่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดขณะที่ให้บิสกิตด้วยนะคะ

          3. เลือกของเล่นที่มีลักษณะแข็งแต่ยืดหยุ่น มาให้ลูกกัดแทะเล่น เพื่อลดอาการคันระคายเหงือก แต่ต้องเป็นของเล่นที่ปราศจากสารพิษและและต้องสะอาดด้วยนะคะ เช่น ห่วงยางซิลิโคน แปรงสีฟันยาง

          4. ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดเหงือก ช่วยลดอาการเคืองระคายเหงือกลงได้บ้าง

          5. เตรียมอาหารที่นิ่ม ๆ เย็น ๆ ให้ลูกกัดเล่น จะช่วยให้ลูกรู้สึกสบายเหงือกมากยิ่งขึ้น เช่น มะละกอสุก แคนตาลูป แครอต ถ้าจะให้ผักหรือผลไม้ไม่ควรให้ทั้งที่ยังดิบที่ออกจะแข็งไปสักหน่อย ควรทำให้สุกและตัดเป็นชิ้น 1-2 นิ้ว พอเหมาะพอดีมือลูก

          6. คุณแม่อาจจะใช้แปรงนวดเหงือกนวดให้ลูก ช่วยบรรเทาอาการเจ็บ ๆ คัน ๆ และกระตุ้นพัฒนาการของเหงือกและฟันได้ค่ะ

          7.ทำความสะอาดเหงือกลูกทุกครั้งหลังมื้อนม มื้ออาหาร เพื่อลดอาการอักเสบของเหงือกช่วงที่ฟันจะขึ้น

          8. ที่สำคัญอย่าลืมเอาใจใส่ดูแลลูกเป็นพิเศษหน่อยในช่วงนี้ เพราะอาการเจ็บเหงือกจะทำให้ลูกต้องการความรัก และการดูแลจากคุณแม่มากขึ้นค่ะ

ดูแลฟันหนูหน่อย

          ถึงฟันจะยังไม่ออกมาอวดโฉม แต่คุณแม่ก็สามารถทำความสะอาดฟันซี่น้อยของลูกได้ค่ะ ด้วยการใช้อุปกรณ์เพียง 2 อย่างเองค่ะ ก็มีน้ำต้มสุก ”อุ่น” ผ้ากอซ และที่ขาดไม่ได้ คือ นิ้วชี้ของคุณแม่นั่นเองค่ะ

          1. ให้ลูกนอนบนตัก โดยให้ลูกนอนหันศีรษะไปทางด้านที่คุณถนัด ใช้ผ้ากอซพันที่นิ้วชี้

          2. ใช้นิ้วที่พันผ้ากอซไว้จุ่มลงในน้ำต้มสุก “อุ่น” ต้องให้แน่ใจว่าอุ่นนะคะ

          3. นำผ้ากอซไปเช็ดในช่องปากของลูกให้ทั่ว

          การ ทำความสะอาดให้ลูกอย่างนี้ ก็เพื่อว่าป้องกันการเกิดเชื้อราในปากของลูกน้อยไงคะ และที่สำคัญต้องทำให้ลูกอย่างน้อยวันละครั้งนะคะ เพราะการทำอย่างนี้ให้ลูกบ่อย ๆ จะทำให้ลูกเคยชินกับการมีเครื่องมือไปทำความสะอาดช่องปาก พอโตขึ้นก็จะยอมรับการแปรงฟันได้ง่าย ส่วนการแปรงฟันให้ลูกนั้นเก็บไว้ไปเริ่มตอนลูกอายุประมาณขวบครึ่ง หรือช่วงที่เริ่มมีฟันกรามน้ำนมนู่นแหละค่ะ

          ว่าแล้ว ก็เลิกกังวลแล้วลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กับลูกนะคะ

เรื่องต้องห้ามยามลูกปวด

          คุณ แม่ไม่จำเป็นต้องให้ลูกทานยาแก้ปวดนะคะ เพราะโดยทั่วไปลูกจะรับมือและสามารถผ่านพ้นอาการปวดนี้ไปได้ แต่ถ้าลูกมีอาการบวมแดงมากควรปรึกษาแพทย์ค่ะ
ไม่จำเป็นต้องให้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดแก่ลูก เพราะจะทำให้เหงือกลูกชา

Written on December 7th, 2011 , Uncategorized

ประจำเดือนที่มาตามปกติ แสดงถึงความสมบูรณ์ของสตรีวัยเจริญพันธุ์ และเป็นการ ถ่ายเทเลือดเสียซึ่งเกิดจากการสลายตัวของเยื่อบุมดลูกและสร้างเยื่อบุมดลูกใหม่หมุนเวียน ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติ ทว่าแต่ละเดือนที่คุณผู้หญิงต้องเสียเลือด เป็นจำนวนมากจากการมีรอบเดือน ร่างกายจะสูญเสียวิตามินและเกือแร่อย่างแคลเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสีด้วย ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียกว่าปกติ หรือมีอาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร อารมณ์เศร้าซึม โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่สุขภาพไม่แข็งแรง ขาดการออกกำลังกาย หากมัวแต่อดอาหาร รักษาหุ่น อาจทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็น และเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง ร่างกายจะซูบซีด ผิวพรรณไม่มีเลือดฝาด ในช่วงมีรอบเดือน การรับประทานอาหารที่สมดุลต่อร่างกายจะช่วยป้องกันอาการต่าง ๆ ได้โดยเน้นที่ อาหารบำรุงเลือด เช่น เครื่องในสัตว์ ไข่แดง ถั่วเมล็ดแห้ง และผักใบสีเขียวจัด เช่น คะน้า กวางตุ้ง สาหร่าย เป็นต้น ซึ่งให้ธาตุเหล็ก วิตามินบี 6, บี 12, บีรวม และกรดโฟลิก ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างเลือดสูง สำหรับสตรีที่ประจำเดือนมาน้อยหรือมากผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมี ความผิดปกติ ในร่างกาย เช่น ต่อมไทรอยด์ทำงานไม่สมบูรณ์ หรือมีเนื้อร้ายที่มดลูกก็ได้ ความปลอดภัยจะมีมากขึ้น ถ้าอยู่ใกล้มือหมอ

Written on December 3rd, 2011 , Uncategorized

ยาถ่าย และยาระบาย เป็นยาที่ช่วยบำบัดอาการท้องผูก คำว่ายาระบาย มักใช้กับยาที่มีฤทธิ์อ่อน คือ ทำให้เกิดอาการถ่ายที่ไม่รุนแรง อุจจาระอาจมีลักษณะอ่อนนุ่ม ส่วนยาถ่ายจะใช้กับยาที่มีฤทธิ์แรงขึ้น ทำให้เกิดอาการถ่ายที่รุนแรงกว่า อุจจาระมักเป็นน้ำมากขึ้น แต่ยาระบาย หากใช้ในขนาดสูงขึ้น จะแสดงฤทธิ์เป็นยาถ่ายได้ ยาถ่าย และยาระบายสามารถ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ในที่นี้จะกล่าวถึง 2 ประเภทที่รู้จักกันแพร่หลายคือ ประเภทที่ 1 ยาที่ทำให้อุจจาระเกาะตัวเป็นก้อน เช่น เมทธิลเซลลูโลส ยากลุ่มนี้เป็นยาที่ต้องกินพร้อมกับน้ำ ยาจะดูดน้ำและพองตัวได้ ทำให้เพิ่มปริมาณน้ำและเนื้ออุจจาระ ทำให้ลำไส้ขยายและบีบตัวมากขึ้น ยาไม่ถูกดูดซึมในสำไส้ จึงมีฤทธิ์อ่อน ค่อนข้างปลอดภัย ข้อควรระวังคือ ต้องดื่มน้ำตามไปมาก ๆ หรือผสมกับน้ำในปริมาณที่เพียงพอ ประมาณ 1 แก้ว ให้ยาพองตัวในน้ำให้ดีก่อนรับประทาน เพราะถ้าหากกินในรูปผงแห้งหรือมีน้ำไม่เพียงพอ อาจเกิดการอุดตันในหลอดอาหารและสำไส้ และยังทำให้อุจจาระอัดเป็นก้อนแข็ง ขับถ่ายยาก ดังนั้นจึงห้ามใช้ยานี้ในกรณีสำไส้อุดตันและอุจจาระอัดเป็นก้อนแข็ง อุดตันลำไส้ ประเภทที่ 2 ยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้และทำให้ระคายเคือง เช่น บิสซาโคดีล และมะขามแขก ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ทำให้เพิ่มการหลั่งน้ำและเกลือแร่ และกระตุ้นเพิ่มการการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ถ่ายอุจจาระออกมา หากใช้มากไปจะทำให้ขาดน้ำและเกลือแร่บางอย่างในร่างกาย ข้อควรระวัง คือ ไม่ควรใช้เป็นประจำติดต่อกันนาน ๆ เพราะจะทำให้ร่างกายเสียสมดุลน้ำและเกลือแร่ ปวดท้อง การทำงานของลำไส้ใหญ่ลดลง เยื่อผุผนังลำไส้ผิดปกติ และเกิดการเปลี่ยนแปลงของปมประสาทในลำไส้ ยาถ่ายและยาระบาย ห้ามใช้เมื่อมีอาการปวดท้อง หรือคลื่นไส้อาเจียน และห้ามใช้ในผู้ป่วยที่อ่อนเพลียมาก ๆ อย่างไรก็ตาม การรักษาอาการท้องผูกควรแก้ที่ต้นเหตุ คือควรรับประทานอาหารที่มีกากมาก เช่น ผัก และผลไม้ต่าง ๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอ การฝึกนิสัยการขับถ่ายอุจจาระทุกวันให้เป็นเวลา

Written on December 1st, 2011 , Uncategorized

leandrodosreis.com is proudly powered by WordPress and the Theme Adventure by Eric Schwarz
Entries (RSS) and Comments (RSS).

leandrodosreis.com

know how knowlege base สาระ ทั่วไป ,จิปาถะ